fbpx

Posts Tagged QuikClot Combat Gauze

จากผงสู่ ผ้าก็อซห้ามเลือด QuikClot Combat Gauze

สารช่วยห้ามเลือด เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ ของหลายหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังมีข้อมูลที่ผิดพลาดมากมาย ในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งเราได้รวบรวมและนำเสนอในบทความนี้ครับ ผู้ผลิตอุปกรณ์ห้ามเลือด ยี่ห้อที่เรารู้จักกันดี คือ Quikclot (Gen 1) เป็นผงห้ามเลือดรุ่นแรกๆ ที่เมื่อผลิตออกมาถือว่าเป็นสารห้ามเลือดรุ่นใหม่ เรียกได้ว่าทันสมัย และมีใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ตามรายงานการวิจัยในปี 2003 ระบุว่ามันใช้งานได้ผลดี และได้ผ่านการรับรองให้ใช้ในหน่วยทหารของกองทัพสหรัฐฯ ที่ประจำการในประเทศอริคและอัฟกันนิสถาน

Original QuikClot, QuikClot ACS+, QuikClot Combat Gauze, and CELOX

Original QuikClot, QuikClot ACS+, QuikClot Combat Gauze, and CELOX

หลังจากนั้นมา ก็มีสารห้ามเลือดแบบอื่นๆผลิตขึ้น บางชนิดก็ได้ผล บางชนิดก็มีปัญหาจนเลิกผลิตไป สารห้ามเลือดเหล่านี้ มีหลักการทำงานที่อธิบายง่ายๆคือ มันจะช่วยเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้เส้นเลือดเกิดการแข็งตัว แต่จะให้ได้ผลชัดเจน จะต้องสัมผัสกับเส้นเลือดใหญ่โดยตรง ซึ่งความดันในเส้นเลือดนั้นมีสูง และถ้าไม่สัมผัสให้โดนเส้นเลือดจริงๆ ประสิทธิภาพในการห้ามเลือดจะลดลง หรือไม่ได้ผลเต็มที่

สารห้ามเลือดในรูปของแผ่นห้ามเลือด ถูกผลิตออกมาหลังจากผงห้ามเลือดมีใช้งานอย่างแพร่หลาย บางยี่ห้อใช้ไคโตซาน(สารสกัดจากเปลือกนอกของสัตว์ เช่น เปลือกหอย, ปู หรือกุ้งฯ) เป็นสารตั้งต้น ซึ่งอาจมีความเสี่ยง หากผู้บาดเจ็บแพ้อาหารทะเล โดยทำออกมาในลักษณะแผ่น เช่น ยี่ห้อ Hemcon, Sea Shell ซึ่งนำมาใช้งานในภาคสนามได้ยาก เพราะในการสัมผัสกับเส้นเลือดใหญ่ได้นั้น ผู้ใช้จะต้องหักออกเป็นชิ้นๆ และกดแผ่นที่หักนั้นลงให้ตรงจุดที่เส้นเลือดใหญ่ฉีกขาด ซึ่งต้องทำในสภาพแวดล้อม อย่างในโรงพยาบาลจึงจะเหมาะสม อย่าลืมว่าการใช้งานแผ่นห้ามเลือดเหล่านี้ ต้องสัมผัสให้โดนเส้นเลือดใหญ่จริงๆ และต้องออกแรงกดไว้อย่างน้อย 5 นาที

ดังนั้นสารห้ามเลือดรุ่นล่าสุด จึงมีการพัฒนาให้บรรจุอยู่ในรูปแบบของผ้าก็อซ เพื่อให้ได้ผลดี และใช้ในงานภาคสนามได้ทันที ผ้าก็อซที่บรรจุสารห้ามเลือด จึงถูกผลิตขึ้นเพื่อให้เอื้อต่อการใช้งาน ที่ผู้บาดเจ็บยังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อันตราย โดยสามารถกดลงบนบาดแผลได้ง่ายกว่า สารห้ามเลือดในรูปแบบอื่นๆ สารห้ามเลือดแบบผงนั้น จะต้องเทลงบนบาดแผล แล้วจึงเอาผ้าพันแผลมาพันหรือกดทับลงไป ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกัน 2 ชนิด หากใช้งานในระหว่างที่ทหารถูกปะทะ ภายใต้สภาวะกดดันในสนามรบ และเสี่ยงต่อความเป็นความตาย การใช้ผงห้ามเลือดหรือแผ่นห้ามเลือด จะเป็นการยากต่อการปฏิบัติ

CELOX Hemostatic Granules

CELOX Hemostatic Granules

ในปัจจุบันกองท้พสหรัฐฯ (US Military) ได้บรรจุ QuikClot Combat Gauze ให้เป็นสารห้ามเลือดชนิดเดียว ที่ได้รับอนุมัติให้ใช้งานกับทหาร Combat Gauze ออกมาแก้ปัญหาเดิมของผลิตภัณฑ์ QuikClot ในรุ่นแรกๆอย่างสิ้นเชิง โดยในรุ่น Gen 1 ของ Quikclot ของเดิมนั้น อยู่ในรูปของผงห้ามเลือด และเมื่อสัมผัสกับแผลจะเกิดความร้อน และผงดังกล่าวอาจปลิวเข้าตา และทำอันตรายต่อดวงตา ไม่เหมาะจะใช้งานโดยเฉพาะการนำส่งผู้บาดเจ็บทางอากาศยาน ออกจากจุดเกิดเหตุ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อดวงตานักบินได้

QuikClot รุ่นแรกๆในรูปแบบผงห้ามเลือดนั้น ใช้ผงแร่ ‘Zeolite’ ในการผลิตผงห้ามเลือด (เราอาจจะเคยเห็นภาพการใช้งาน จากหนังเรื่อง Shooter ซึ่งเป็นการเทลงบนแผล โดยไม่มีการกด บอกเลยครับว่า ดูหนังเอาสนุกได้ครับ แต่นั่นเป็นการใช้งานผิดวิธี อย่าลอกเลียนแบบนะครับ), ในรุ่นที่สอง QuikClot ACS+ ได้เปลี่ยนมาเป็นผง ที่มีอนุภาคใหญ่ขึ้น และบรรจุผงนั้นไว้ใน “ถุงตาข่าย” แทนที่จะบรรจุลงซองเพียงอย่างเดียว โดยใช้ถุงนี้เป็นตัวกดลงบนแผลให้แน่นยิ่งขึ้น, ในรุ่นที่สาม QuikClot Combat Gauze ซึ่งเป็นการนำสารเร่งการแข็งตัวของเลือด ‘Kaolin’ มาบรรจุลงบนผ้าก็อซ ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการห้ามเลือดได้ดี เท่ากับผงห้ามเลือด แต่ไม่ทำปฏิกิริยาความร้อน และไม่ส่งผลข้างเคียงในการใช้งาน QuikClot Combat Gauze จึงมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ และผ่านการอนุมัติให้ใช้อย่างแพร่หลาย ในกองทัพสหรัฐเพื่อการห้ามเลือดจากเส้นเลือดใหญ่อยู่ในขณะนี้

QuikClot ACS+

QuikClot ACS+

QuikClot Combat Gauze รุ่นใหม่ บรรจุในซองสูญญากาศ และมีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถเก็บในกระเป๋าอุปกรณ์ปฐมพยาบาลประจำบุคคลได้อย่างไม่เทอะทะ ไม่ต้องกลัวหักแบบแผ่นห้ามเลือด หรือเป็นผงปลิวเลอะเทอะในระหว่างใช้งาน แบบผงห้ามเลือด ผ้าก็อซเรียงตัวกันแบบพับทบตัว Z จึงไม่จำเป็นต้องแกะก็อซออกจากม้วนก่อน แล้วจึงกดลงในบาดแผล ทำให้สามารถฉีกซองพร้อมใช้งานได้รวดเร็วทันที

และเนื่องจากต้องกดและสัมผัสลงในบาดแผล QuikClot Combat Gauze ยังมีแถบสีแสดงผลในฟิล์มเอ๊กซเรย์ เพื่อช่วยให้การล้างทำความสะอาดแผลได้อย่างหมดจดและปลอดภัย เมื่อผู้บาดเจ็บถูกส่งถึงโรงพยาบาล จึงไม่มีโอกาสที่ก็อซจะตกค้างอยู่ในแผลในระหว่างการผ่าตัด

QuikClot Combat Gauze ผ่านการอนุมัติจาก FDA องค์การอาหารและยา ทั้งในประเทศอเมริกาและ FDA ประเทศไทย วางจำหน่ายแล้วที่ Safe House ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาติโดยตรงจากผู้ผลิตครับ เพื่อความปลอดภัยของท่าน โปรดตรวจดูวันหมดอายุของอุปกรณ์ การเก็บรักษาที่ถูกวิธี และในอุณหภูมิที่เหมาะสม หรือซื้อจากตัวแทนจำหน่าย ที่สามารถตรวจสอบคุณภาพสินค้าได้ เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์เป็นของใหม่ และปลอดภัยต่อการใช้งานครับ

หวังว่าข้อมูลของสารห้ามเลือดรุ่นใหม่นี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่าน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ให้สามารถเลือกใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยชีวิตคุณและคนที่คุณรัก ได้อย่างปลอดภัยครับ

Tags: , , , , , , , , ,

Safe House จัดอบรม – GSW101

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน อาจเป็นเจ้าหน้าที่สนามยิงปืน, นักกีฬายิงปืน หรือผู้ที่ชื่นชอบการยิงปืน ทั้งเพื่อจุดประสงค์ในด้านสันทนาการ , เพื่อปฏิบัติหน้าที่ หรือเพื่อป้องกันตัว ผมเชื่อว่าทุกคนที่มีปืน ต่างต้องการใช้ปืนอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ แต่สิ่งที่คุณควรรู้มากไปกว่าการเหนี่ยวไกปืน ก็คือการช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นในกรณีเกิดการบาดเจ็บ

หลายครั้งที่อุบัติเหตุและการบาดเจ็บจากกระสุนปืน เกิดขึ้นให้เราเห็น หรือได้ยินอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมาจากอุบัติเหตุปืนลั่นในสนามยิงปืน การใช้อาวุธปืนอย่างไม่ระมัดระวัง หรือการบาดเจ็บจากการถูกลอบทำร้าย ซึ่งบ่อยครั้งเป็นการบาดเจ็บที่รุนแรงและน่าตกใจ ผู้คนแวดล้อมหรือแม้แต่ตัวคุณเอง ต่างก็สับสน จนตอบสนองต่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าไม่ถูกวิธี

แต่คุณทราบหรือไม่ว่า อุบัติเหตุใกล้ตัวเหล่านี้ เป็นเรื่องที่คุณเองสามารถเรียนรู้ เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้

Safe House ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ภาคสนาม ให้กับองค์กรและหน่วยแพทย์ทั่วประเทศ ที่ผ่านมาเราได้สนับสนุนอุปกรณ์สายแพทย์ และจัดอบรมให้กับหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง บนมาตรฐานหลักสูตรการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศสหรัฐอเมริกา

เราได้จัดอบรม “หลักสูตรการตอบสนองต่อการบาดเจ็บจากกระสุนปืน “Gun Shot Wound: GSW101” สำหรับพลเรือนผู้ผ่านการอบรมการใช้อาวุธปืนขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างความเข้าใจ ให้เข้าถึงผู้ใช้อาวุธปืน และเพื่อให้เกิดการตอบสนองต่อการบาดเจ็บ จากกระสุนปืนได้อย่างถูกต้อง ด้วยทีมงานและวิทยากรผู้มีคุณวุฒิ และประสบการณ์ตรงจากต่างประเทศ (พร้อมแปล)

การอบรมนี้ เป็นการอบรมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย จึงขอสงวนสิทธิ์ให้มีการลงทะเบียนตอบรับล่วงหน้า เพื่อรับทราบเงื่อนไขและรายละเอียดการสมัคร สำหรับ GSW 101  เปิดรับจำนวนจำกัดเพียง 10 ท่านเท่านั้น

วันและเวลาการอบรม : วันที่ 26 เดือนกุมภาพันธ์ พศ. 2554 เวลา 13.00 น. ถึง 18.00 น.

สถานที่อบรม : สนามยิงปืนบางบัวทอง จ. นนทบุรี (สนามจะไม่ทราบรายละเอียดการอบรม โปรดสอบถามเราโดยตรงครับ)

ค่าใช้จ่ายในการฝึก : 7,000 บาท ซึ่งเป็นค่าวิทยากรและทีมงาน, อุปกรณ์ปฐมพยาบาลอาการบาดเจ็บ Trauma Kit ที่ใช้ในกองทัพสหรัฐ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภาคสนามโดยเฉพาะ ซึ่งผู้อบรมจะได้รับหลังการฝึกอบรม , ค่าสถานที่ , ของว่าง และเครื่องดื่ม ตลอดระยะเวลาการอบรม

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม

  • ต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ อายุเกิน 18 ปี
  • มีสุขภาพกายและจิตใจปกติ
  • มีเอกสารรับรองการอบรมการใช้อาวุธปืนเบื้องต้น จากสนามยิงปืนหรือสถาบันการสอนการใช้อาวุธปืน
  • ไม่เป็นผู้ต้องโทษตามหมายจับ รอลงอาญา หรือถูกศาลสั่งดำเนินคดีใดๆ
  • มีความตั้งใจและเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  • ยินดีปฏิบัติตามข้อกำหนดและตกลง ภายใต้การควบคุมของวิทยากรอย่างเคร่งครัด

หลักฐานที่ใช้ในการสมัคร

  • สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรประจำตัวราชการ หรีอสำเนาพาสปอร์ท
  • เอกสารรับรองการผ่านการอบรมการใช้อาวุธปืนเบื้องต้น
  • หลักฐานการชำระเงินค่ามัดจำ 50% (ชำระส่วนที่เหลือ ในวันอบรม)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อขอรับรายละเอียดการอบรม ก่อนสำรองที่นั่งและโอนเงิน ได้ที่   โทร. 087-900-0783 ในเวลาทำการ (10.00 น. – 19.00 น.)

Tags: , , , ,

Care Under Fire รักษาผู้บาดเจ็บในระหว่างปะทะ อย่างไร

หนทางรอดชีวิตที่ดีที่สุดในสนามรบ คือ กำจัดศัตรูก่อนที่จะมีการบาดเจ็บสูญเสีย

ในบทความที่แล้ว เราพูดถึงผ้าพันแผลผสมสารห้ามเลือด Combat Gauze ว่าเป็นอุปกรณ์ห้ามเลือดภาคสนามที่มีประสิทธิภาพสูง พิสูจน์แล้วทั้งในห้องปฏิบัติการณ์ และในสนามรบจริง โดยกองทัพสหรัฐฯได้จัดให้เป็นอุปกรณ์ปฐมพยาบาลประจำบุคคล ให้กับทหารราบใช้ประจำตัวในสนามรบ สำหรับกรณีการบาดเจ็บและเสียเลือดอย่างรุนแรง แล้วถ้ามันดีที่สุดจริงๆในการห้ามเลือด ทำไมเรายังเห็นทหารใช้ทูนิเก้กันอยู่ล่ะ?

จากประสบการณ์ในการรบของกองทัพสหรัฐที่โซมาเลีย ได้เปลี่ยนหลักคิดและการปฏิบัติ เรื่องการปฐมพยาบาลผู้ป่วยในสนามรบ โดยนำบทเรียนการรบชั่วระยะเวลาการปะทะแค่ 15 ชม. ที่ทำให้เสียกำลังพลไปถึง 19 นาย บาดเจ็บอีก 84 นาย ซึ่งในจำนวนนั้น เป็นหน่วยรบพิเศษจากชุด Delta force อีก 6 นาย มาเป็นการดูแลผู้ป่วยในสนามรบ (Tactical Combat Casualty Care – TCCC) โดยแบ่งขั้นตอนออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน คือ

  • การดูแลในระหว่างการปะทะ Care Under Fire
  • การดูแลผู้บาดเจ็บก่อนนำส่้ง Tactical Field Care
  • การเคลื่อนย้ายและนำส่งผู้บาดเจ็บ Tactical Evacuation (TacEvac / CasEvac / MedEvac)

เมื่อวิเคราะห์จากเหตุการณ์ในอดีต นักวิจัยพบว่าทั้ง 3 ขั้นตอนนั้น มีสถานการณ์และการรักษาผู้บาดเจ็บ ที่ไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง

ในหลักการรักษาของทีมกู้ชีพ (EMS) สิ่งแรกที่ต้องทำคือการทำให้แน่ใจว่า ที่เกิดเหตุนั้นปลอดภัยแล้ว ก่อนการเข้าช่วยเหลือที่บาดเจ็บ แต่ในการรบนั้น เราไม่มีทางเลือก การรักษาจำเป็นต้องเกิดขึ้นแม้ขณะที่เกิดการยิงปะทะกันอยู่ เพราะไม่สามารถรอได้ ดังนั้นการรักษาพยาบาลในแบบปกติของทีมกู้ชีพ หรือในโรงพยาบาล จึงไม่สามารถทำได้เลยในสนามรบ เพราะหากใช้หลักการเดียวกัน ผู้ที่บาดเจ็บอาจจะถูกยิงซ้ำ หรือโชคร้ายก็เป็นทีมแพทย์เอง ที่อาจได้รับบาดเจ็บอีกด้วย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในโซมาเลีย เพราะแพทย์สนามที่จบการรักษาแบบเดียวกับที่สอนในทีมกู้ชีพ (EMS) นั้นถูกยิงตาย ในขณะที่กำลังช่วยเหลือเพื่อนทหารของเขาอยู่

จุดเกิดเหตุในสนามรบ ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสมในการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ

แล้วอุปกรณ์ห้ามเลือดมีความสำคัญอย่างไร? นักวิจัยพบว่า วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาชีวิตทหารในสภาวการณ์รบ คือ การยิงฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นสภาพเสียก่อน ยิ่งจัดการฝ่ายตรงข้ามได้เร็วเท่าไหร่ พวกเราก็ยิ่งมีโอกาสรอดมากขึ้นเท่านั้น ทหารที่ถูกยิงจำต้องใช้ทูนิเก้รัดห้ามเลือด หรือชะลอการเสียเลือดให้ได้มากที่สุดก่อน เพื่อทำให้เขากลับมาทำการตอบโต้ด้วยอาวุธของเขาได้ เพราะหากต้องใช้แพทย์สนามในทีม 1 คน มารักษาคนที่ถูกยิง นั่นหมายความว่า เราเสียกำลังในการยิงไปถึง 2 นาย หากต้องใช้เวลา 5 นาที ในการที่แพทย์สนามต้องกดหยุดเลือดด้วยผ้าพันแผลผสมสารห้ามเลือด นั้นหมายความว่า ในระหว่าง 5 นาทีนั้น ทหารสองคนนั้นไม่สามารถทำการตอบโต้ได้ ซึ่งมันเป็นการเสี่ยงเกินไป ในสนามรบที่อาจเกิดการสูญเสียเพิ่มเติม เพราะอำนาจการยิงที่ไม่เพียงพอ

ในปัจจุบัน มีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิธีปฏิบัติ ในการดูแลผู้บาดเจ็บในสนามรบ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับอุปกรณ์ทางทหารอยู่ 2 ประเภท คือ 1. ปืนไรเฟิลประจำตัวทหาร เพราะหน้าที่หลักของทหาร คือการจัดการกับฝ่ายตรงข้ามให้หมดในเวลาที่จำกัด 2.สายรัดห้ามเลือด (ทูนิเก้) เพราะเมื่อหลังจากเราถูกยิงเข้าแล้ว ทหารทุกนายจำเป็นต้องรักษาอาการเสียเลือด จากบาดแผลของตนเองให้เร็วที่สุด ซึ่งอุปกรณ์ที่เร็วที่สุดในการใช้งาน ก็คือ ทูนิเก้ เมื่อรัดแล้วเลือดจะแทบหยุดในทันที แล้วกลับไปยิงต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามต่อ จนกว่าจะหมดภัยคุกคาม และเมื่อทุกอย่างปลอดภัยแล้ว แพทย์สนามจึงจะเข้ามาจัดการ รักษาบาดแผลและนำส่งต่อไป เมื่อการปะทะจบลง การรักษาทางยุทธวิธี จึงจะเริ่มขึ้น

การดูแลผู้บาดเจ็บในสนามรบในขั้นนี้นั้น อาจจะดูเหมือนที่ EMS ทำ แต่ก็ยังมีข้อแตกต่างกันอยู่ โดยมุ่งการรักษาไปที่บาดแผล ที่สามารถทำให้ผู้ป่วยรอดชีวิต มากกว่าจะเป็นขั้นตอนที่ใช้กันในการรักษาพยาบาลในสภาวะปกติ เพราะเจ้าหน้าที่แพทย์สนาม มีหน้าที่แบกปืนสู้กับข้าศึก และรักษาพยาบาลในเวลาเดียวกัน ต้องทำงานแข่งกับเวลา ในทุกๆนาทีที่เสียไปหมายถึง เปอร์เซ็นต์การรอดตายของผู้บาดเจ็บที่ต่ำลง และความเสี่ยงต่อการถูกข้าศึกโจมตีซ้ำอีก ซึ่งหมายถึงการละทิ้งคนเจ็บกลับไปต่อสู้อีกครั้ง

เราจะพูดถึงเรื่องของ TCCC อีกครั้ง ในตอนหน้าครับ ติดตามอ่านต่อนะครับ ในหัวข้อ “สิ่งที่ต้องทำในกระบวนการ TCCC”

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่  Safe house.

Tags: , , ,

สารห้ามเลือด อีกหนึ่งทางรอดของผู้บาดเจ็บ

เราได้พูดถึงความสำคัญของการใช้สายรัดห้ามเลือดหรือทูนิเก้ และบทเรียนอันแสนแพงของกองทัพสหรัฐฯ  ต่อพัฒนาการของทูนิเก้กันมาแล้ว ตอนนี้ปัญหาก็คือ แม้ว่าเรามีทูนิเก้ที่มีประสิทธิภาพและเรียนรู้ที่จะใช้มันแล้ว แต่หากสายรัดห้ามเลือดช่วยได้เพียง ชะลอการไหลของเลือดจากหัวใจไปยังบริเวณบาดแผล แต่หากเลือดยังคงไม่หยุดไหล ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเสมอในการบาดเจ็บจากพื้นที่การรบ แล้วเราจะทำอย่างไร

ความยากในการห้ามเลือดจากเส้นเลือดแดง (Arterial) ซึ่งมีแรงดันสูงจากหัวใจโดยตรง มันมีสีแดงสดเพราะอุดมด้วยอ็อกซิเจน เพื่อไปหล่อเลี้ยงเซลส์ และมันไหลแรงเป็นจังหวะตามการเต้นของหัวใจ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะบังคับให้มันหยุดสนิทได้ และถ้าเหตุการเช่นนี้เกิดขึ้น ก็หมายความว่า แม้ว่าความแรงดันเลือดจากบาดแผลจะน้อยลง แต่ผู้บาดเจ็บยังคงเสียเลือดอย่างต่อเนื่องต่อไปอย่างช้าๆ

ตัวอย่างสารห้ามเลือด QuikClot Combat Gauze, ACS Sponge, Original QuikClot Powder, WoundStat และ Celox

แรงกดจากทูนิเก้นั้น ทำงานโดยอาศัยแนวคิดว่า ยิ่งแถบที่กดลงนั้นกว้างมากเท่าไหร่ แรงกดที่กระทำต่อเส้นเลือดก็ยิ่งลดลงเท่านั้น ซึ่งนั่นก็เป็นอีกสาเหตุว่า ทำไมสายยางกลมๆเส้นเล็กๆ ถึงไม่สามารถหยุดเลือดที่ไหลจากเส้นเลือดใหญ่ได้ วิธีง่ายๆที่ใช้กันในกรณีที่ทูนิเก้อันแรกไม่ได้ผล ก็คือการใช้ทูนิเก้อันที่สองลงไปเหนืออันแรก เพื่อช่วยเพิ่มความกว้างของทูนิเก้ ซึ่งทำให้ได้แรงกดที่เพิ่มมากขึ้น เลือดก็จะหยุดง่ายขึ้น

จากเหตุผลและความเสี่ยงที่เลือกอาจไม่หยุดสนิทในคราวเดียวนี่เอง ทำให้กองทัพบกสหรัฐฯแนะนำให้ทหาร มีทูนิเก้อยู่ในชุดอุปกรณ์ปฐมพยาบาลประจำบุคคล คนละ 2 อัน เพื่อใช้ในสถานการณ์เลวร้ายที่เส้นเลือดใหญ่บริเวณขา (Femoral) ถูกตัดขาด ซึ่งเส้นเลือดที่มีขนาดราวๆนิ้วของเรานั้น หากจะหยุดเลือดให้ได้ผลเป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากแรงดันที่สูงและกล้ามเนื้อต้นขา ก็เป็นจุดที่ต้องใช้แรงกดมาก หรือในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บจากบาดแผลฉกรรณ์ มากกว่าหนึ่งจุด อาจต้องใช้ทูนิเก้มากกว่าหนึ่งอันร่วมด้วย เรียกได้ว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เพราะหากแก้ไม่ทัน นั่นหมายถึงชีวิตของทหารที่เราต้องเสียไปเพราะไม่ได้เตรียมการ

คิดต่อไปอีกว่า บาดแผลจากการรบอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ในร่างกาย ซึ่งบาดแผลนั้นๆอาจจะไม่สามารถใช้สายรัดห้ามเลือดหรือทูนิเก้ได้ เช่น บาดแผลบริเวณลำตัว, บริเวณหัวไหล่, โคนขา หรือ บริเวณศรีษะ แล้วจะทำอย่างไร กองทัพสหรัฐได้เริ่มประสบปัญหากับบาดแผลเหล่านี้ เมื่อครั้งปฏิบัติการณ์ โกธิค เซอร์เพ็นท์ ที่ประเทศโซมาเลีย ในปี 1993 (Gothic Serpent,Somalia 1993) เรื่องราวดังกล่าว ถูกนำมาถ่ายทอดในภาพยนต์เรื่อง “Black Hawk Down” ในฉากที่ทหารหน่วยจู่โจมรายหนึ่ง บาดเจ็บจากกระสุนปืนของฝ่ายตรงข้าม กระสุนนั้นตัดทำลายเส้นเลือดใหญ่บริเวณต้นขาสูงขึ้นไปทางเชิงกราน ในกรณีนี้ทูนิเก้ไม่สามารถใช้งานได้เลย แพทย์สนามในภาพยนตร์ได้พยายามใช้แคลมหนีบเส้นเลือดจากต้นขา (Femoral) ของผู้บาดเจ็บ ซึ่งต้องควงเข้าไปในเนื้อขา เพื่อหาเส้นเลือดให้เจอ ในความจริงผู้ทำการห้ามเลือดให้ผู้บาดเจ็บ คือเสนารักษ์ของหน่วยรบพิเศษ 18D ซึ่งการทำเช่นนี้ในชีวิตจริงได้ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ทางการแพทย์ ที่มีอุปกรณ์และได้รับการฝึกมาอย่างชำนาญ แต่ทหารข้างกายผู้บาดเจ็บเกือบ 100% ที่อาจจะต้องช่วยชีวิตเพื่อนร่วมรบ หรือแม้กระทั่งหัวหน้าหน่วยของเขาเอง มักจะไม่มีทั้งความรู้ทางการแพทย์และเครื่องมือแบบในหนัง แล้วจะทำอย่างไรไม่ให้ผู้บาดเจ็บต้องช็อคตายไปต่อหน้าต่อตา…

สายรัดห้ามเลือด 2 เส้น ถูกใช้งานร่วมกัน เพื่อหยุดเลือดที่ไหลอย่างรุนแรง

ในกรณีเช่นนี้ สารห้ามเลือด Hemostatic Agents หรือสะกด Haemostatic Agent นั้น ถูกนำมาใช้เพื่อเร่งกระบวนการการแข็งตัวของเลือด ในบริเวณที่ไม่สามารถใช้สายรัดห้ามเลือดหรือทูนิเก้ได้ หรือกรณีที่การกดลงบนบาดแผลใช้ไม่ได้ผล สารห้ามเลือดยุคใหม่ที่ถูกนำมาใช้และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ QuickClot ซึ่งเป็นทั้งชื่อยี่ห้อและชื่อสินค้าในคราวเดียวกัน

QuickClot ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 1984 หลังจากนั้น ได้มีการออกแบบสารช่วยห้ามเลือดอื่นๆตามมาเป็นจำนวนมาก ได้แก่ Hemcon, Celox, WoundStat ฯ และก็เหมือนกับกรณีสายรัดห้ามเลือดเช่นกัน ที่ได้มีการทดลองทดสอบมากมายเพื่อหาว่า สารห้ามเลือดตัวใดจะเหมาะสมที่สุดในการใช้ปฐมพยาบาลในพื้นที่การรบ สำหรับ QuickClot รุ่นเก่านั้น มีปัญหาคือ มันเป็นสารออกฤทธ์ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งส่งผลข้างเคียงคือการไหม้ของเนื้อเยื่อบริเวณบาดแผล เกิดจากปฏิกริยาของสารห้ามเลือดกับของเหลวที่สัมผัส

ส่วนการศึกษาพบว่าสารห้ามเลือดที่มีสารตั้งต้นเป็นไคโตซาน อย่าง Hemcon, Chitoflex และ Celox รวมถึง Seashell ของโรงงานเภสัชกรรมทหารของบ้านเรานั้น ให้ผลการห้ามเลือดที่ดีมาก แต่ทว่าิ สารไคโตซาน ซึ่งผลิตจากเปลือกหอย,กุ้ง,ปูนั้น ก่อให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงในผู้บาดเจ็บบางราย ที่มีอาการแพ้อาหารทะเล ส่วน WoundStat นั้น ห้ามเลือดได้ดีเกินไป จนเกิดผลข้างเคียงให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

ภาพการใช้งาน Combat Gauze ในการทดสอบ ห้ามเลือดจากโคนขาหนีบ

ในปัจจุบันสารห้ามเลือด หรือ Hemostatic Agent ที่ดีที่สุดในสนามรบก็คือ QuickClot  Combat Gauze ซึ่งถูกพัฒนาต่อมาจาก QuickClot เดิม โดยไม่ก่อให้เกิดอาการแสบร้อน หรือรอยไหม้ของเนื้อเยื่อบนบาดแผลอีกแล้ว เนื่องจากการใช้สารห้ามเลือด จะต้องใช้ร่วมกับการใช้ผ้าก็อซกดลงบนบาดแผลอยู่แล้ว และสำหรับ QuickClot  Combat Gauze ได้รวมเอาสารห้ามเลือดเคลือบอยู่บนผ้าก๊อซพันแผล ไม่ใช่แบบผงเหมือนเก่า จึงใช้งานได้ง่ายกว่าสารห้ามเลือดแบบอื่นๆ ที่ต้องเทลงบนแผล

Combat Gauze นั้นเป็นผ้าพันแผลในตัว จึงช่วยลดขั้นตอนต่างๆ และใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วกว่า การใช้งานก็ง่ายเช่นเดียวกับการใช้ผ้าก็อซ  จึงทำให้ QuickClot Combat Gauze เป็นสารห้ามเลือดเพียงชนิดเดียว ที่ได้รับการแนะนำจาก คณะกรรมาธิการแพทย์ฉุกเฉินทางยุทธวิธีแห่งสหรัฐอเมริกา (COTCCC) และเป็นสารห้ามเลือดชนิดเดียวในปัจจุบัน ที่กองทัพบกสหรัฐฯอนุมัติให้ใช้ในการรักษาทหารที่บาดเจ็บในการรบ เพราะใช้งานได้ง่าย เพียงฉีกซองแล้วกดลงบนแผลเพียง 5 นาทีหรือจนกว่าเลือดจะหยุดไหล ซึ่งจากการทดสอบนั้น Combat Gauze มีประสิทธิภาพสูงในการห้ามเลือด โดยสามารถหยุดการเสียเลือดรุนแรง จากการตัดเส้นเลือดใหญ่ที่ขา Femoral ซึ่งเป็นจุดที่ใช้อุปกรณ์อื่นๆแทบไม่ได้เลยในงานภาคสนาม

วิวัฒนาการในการรักษาผู้บาดเจ็บจากการรบ ยังไม่หยุดแต่เพียงเท่านี้ แม้ว่าปัจจุบันการแพทย์เชิงยุทธวิธีจะรุดหน้าไปมากแล้ว แต่การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในสนามรบ ก็ยังมีเรื่องใหม่ๆมาให้ศึกษา และพัฒนาอุปกรณ์ช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ ให้ก้าวทันต่อการบาดเจ็บที่เกิดจากอาวุธและสงครามอย่างต่อเนื่อง และแน่นอนว่าสารห้ามเลือดมีราคาสูง แต่หากต้องใช้งาน นั้นหมายถึง การให้โอกาสรอดของชีวิตคนหนึ่งคน ที่กำลังอยู่ในภาวะเป็นตายเท่ากัน

ทีมงานและผู้เชี่ยวชาญของเรา มีประสบการณ์จัดอบรมการช่วยชีวิตในสภาวการณ์รบ ให้กับหลายหน่วยงานในประเทศไทย ติดต่อสอบถาม โดยส่งรายละเอียดผู้ติดต่อและหน่วยงาน มาได้ที่  Safe house ยินดีให้คำปรึกษาครับ

Tags: , , , , ,