วันนี้ผมขอรีวิวสนับเข่า (Knee Pads) ซึ่งอาจจะเกิดมาจากแนวคิด ของการสนับสนุนเข่า ปะกับเข่า ซึ่งก็คือเครื่องป้องกัน และลดอาการบาดเจ็บ และความเมื่อยล้าที่เกิดกับหัวเข่า เนื่องจากการใช้เข่าอย่างสมบุกสมบัน

ธรรมชาติสร้างผิวหนัง เพื่อห่อหุ้มร่างกาย ในส่วนที่เป็นเข่าของเรา แท้จริงแล้วผิวหนังช่วงนี้จะบาง และแทบจะไม่มีชั้นไขมันเสริม เช่นเดียวกับส่วนอื่น จึงมีความเสี่ยงต่อการถูกกระแทก จากปัจจัยภายนอกอยู่ตลอดเวลา แถมเรายังใช้เข่าทุกวัน ตั้งแต่ตื่นยันหลับอีกด้วย ไม่ดูแลคงไม่ดีแน่ครับ

จากภาพประกอบจะเห็นได้ว่า เข่าเป็นเพียงองค์ประกอบ ของกระดูกขาชิ้นบนและล่าง ซึ่งมีกระดูกอ่อนหุ้มรองส่วนปลายที่เป็นข้อพับ และมีเอ็นยึดประสานกระดูกข้อเข้าด้วยกัน มีน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าไม่ให้เกิดการเสียดสีหรืออักเสบ และมีกระดูกสะบ้า ที่เป็นก้อนนูนออกมาจากกระดูกอ่อนของกระดูกขาท่อนบน ช่วยให้เราสามารถขยับข้อพับ เพื่อใช้เดิน, วิ่ง, ขึ้นบันได, แกว่งเท้า ฯลฯ

หากคุณต้องทำกิจกรรมที่ต้องใช้เข่าราบลงกับพื้น, ยันพื้น, ชันเข่าเพื่อเตรียมพร้อม ควรป้องกันการกระแทกและถนอมข้อเข่า หรือกระดูกสะบ้า ด้วยการเลือกใช้สนับเข่า ที่ช่วยพยุงกล้ามเนื้อ และกระชับกับการเคลื่อนไหว ในทุกอิริยาบถ

โดยเฉพาะในงานเชิงยุทธวิธี เช่น การนั่งคุกเข่า การชันเข่ายิงปืน การโผเข้าหาที่กำบัง
การคลานเข่า ฯลฯ หากเป็นพื้นหญ้าหรือดินนิ่มๆก็ยังโชคดี แต่หากเป็นพื้นกรวดหรือหินแหลม บางครั้งมีเศษแก้ว, เสี้ยน หรือตะปู หัวเข่าของเราย่อม เกิดอาการบาดเจ็บตั้งแต่ถลอก จนถึงหัวเข่าแตก หรือกระดูกสะบ้าหลุดได้เลยทีเดียว หนำซ้ำอาจส่งผลกระทบกับการจบภารกิจโดยไม่จำเป็น

สนับเข่า Tactical Ultra Flex III ของ KP industries เป็นสนับเข่าที่คิดนอกกรอบ จากรูปลักษณ์เดิมๆ ด้วยการนำพลาสติกคุณภาพสูง 2 ชิ้น เชื่อมติดกันในแบบบานพับ ติดด้วยโฟมเนื้อละเอียดสำหรับกันกระแทก และแถบสายรัดเป็นแบบยางยืด พร้อมตัวล็อคเป็นแบบลักษณะ ตะขอพลาสติก ที่จำหน่ายมาในถุงตาข่าย พร้อมอะไหล่ตัวล็อค 1 ชิ้น

การทดสอบในครั้งนี้จะเป็นการทดสอบ Tactical Ultra Flex III ของ KP industries กับ Knee Pad ของ Alta Superflex ซึ่งเป็นตัวแทนของ

สนับเข่า ในยุคปัจจุบัน ที่จะมีรูปทรงและระบบล็อคคล้ายคลึงกัน ทดสอบโดยการทำกิจกรรมต่างๆ ไปพร้อมกับการใส่สนับเข่าทั้ง 2 แบบ เพื่อทดสอบข้อดีและข้อเสียของแต่ละแบบครับ

การสวมใส่
ก่อนใส่ดึงการเกงให้ตึง ป้องกันการร่นลงของสนับเข่า จัดให้เท่ากันทั้ง 2 ข้าง ปรับสายรัดขาของ KP industries ซึ่งเป็นลักษณะยางยืดทั้ง 2 เส้น การใส่ก็เพียงแต่นำหัวล๊อคเข้าไปล๊อคตามปกติ ถึงแม้รูเกี่ยวจะเล็กไปซักนิด แต่ก็ไม่เป็นปัญหาครับ

ส่วนของ Alta สายรัดเป็น แบบยางยืดเหมือนกัน แต่เป็นยางยืดเพียงเส้นเดียวทางด้านบน การสวมใส่นั้นล็อคเข้าได้ง่ายกว่า

ทดสอบภาคสนาม

เริ่มจากการทดลองเดินเบาๆ ทดสอบความตึงของของทั้ง 2 แบบ ปรากฎว่า สนับเข่า Alta มีอาการตึงเล็กน้อย เพราะส่วนที่เป็นแผ่นไม่ได้มีการขยับตามข้อพับมากนัก จึงมีลักษณะกางเป็นปีกอย่างที่เห็น แต่สำหรับสนับเข่า KP จะไม่มีอาการตึงเกิดขึ้น เพราะสามารถงอตามการงอเข่าได้ แรงตึงจึงน้อยกว่า เมื่อทำการคุกเข่าอย่างฉับพลัน รู้สึกเจ็บทางด้านสนับ Alta เพราะมุมการงอเปลี่ยนจากเดิม ทำให้ต้องคอยปรับให้เข้าที่เข้าทาง แต่ทางด้าน KP ไม่ต้องปรับ

เมื่อลองคุกเข่าบนพื้นที่ต่างระดับกันอย่างเช่นบันได จะรู้สึกว่า Alta ไม่สามารถป้องกันหน้าแข้งได้ครับ เพราะความยาวของแผ่นกันกระแทก ไม่ได้ยาวพอ ถ้าเทียบกับฝัง KP

ต่อด้วยท่านอน ท่านอนราบไปกับพื้น ไม่ค่อยมีผลกับสนับเข่าทั้ง 2 แบบมากนัก (หลังจากนอนราบจนเกือบหลับ) ก็ต่อด้วยการกระโดดทิ้งน้ำหนักตัวแรงๆ สลับไปมากับการวิ่ง การสไลด์ อยู่ประมาณ 10 นาที ปรากฎว่าสนับเข่าของทาง ALTA มีการเลื่อนลงเยอะมาก จนต้องมีการปรับตำแหน่งใหม่อีกครั้ง เพื่อให้พร้อมกับการใช้งาน ซึ่งแตกต่างกับทาง KP ที่เลื่อนลงมาบ้าง แต่พร้อมทำงานต่อ โดยไม่ต้องมีการปรับตำแหน่งใหม่

สรุปผลการทดสอบ
ส่วนตัวผมคิดว่า ถึงแม้รูปลักษณ์ของสนับเข่า Tactical Ultra Flex III ของ KP industries จะมีหน้าตาออกแนวโบราณซักหน่อย ซึ่งจุดนี้น่าจะมาจากเหตุผลในการออกแบบ ซึ่งเน้นไปทางด้านการปกป้องหัวเข่าได้มากกว่า และพยายามลดความกังวล ที่จะต้องปรับตำแหน่งของสนับเข่า ให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลาในทุกอิริยาบท ผมว่าสนับเข่าของ KP ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกได้ดีทีเดียวครับ

สุดท้ายผู้ใช้ต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกรูปทรง ประโยชน์การใช้งาน และราคาที่พอใจอย่างไร ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ราคาพอๆกันทั้ง 2 แบบครับ ไว้วันหน้าผมจะลงทดสอบสนับเข่ารุ่นใหม่ของ Alta มาฝากนะครับ